ถ้าขี่แล้วต้องอยู่ระหว่างตรงกลางของรถใหญ่ต้องทำอย่างไร

เรื่องราวเหตุการณ์บนถนนบางครั้งเป็นอะไรที่ยากจะคาดคิดได้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือว่าการออกทริปเดินทางไกล หลายๆ เหตุการณ์จะเป็นทั้งความประทับใจและเป็นประสบการณ์ที่สามารถถ่ายทอดให้กับสมาชิกหรือว่าไรเดอร์รุ่นหลังๆ ได้เป็นอย่างดี และเหตุการณ์ที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เชื่อว่าไรเดอร์หลายคนเองน่าจะเคยเกิดขึ้นกับตัว และก็ไม่อยากจะให้เกิดกับตัวเองสักเท่าไหร่ แต่ในบางเหตุการณ์ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ 

ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือการแก้ไขได้ดีที่สุด อย่างเหตุการณ์ที่ติดอยู่ระหว่างรถใหญ่ทั้ง 2 ด้านก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะสถานการณ์แบบนี้ค่อนข้างอันตรายมาก โดยเฉพาะรถเล็กๆ อย่างรถสกู๊ตเตอร์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ไม่มาก ถ้าไปติดอยู่ระหว่างรถใหญ่โดยเฉพาะรถบรรทุก ก็จะเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว 

ในสถานการณ์แบบนี้จะได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆ ว่ารถมอเตอร์ไซค์หลุดเข้าไปใต้ท้องรถบรรทุก และทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิต โดยเฉพาะในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นก็จะมีข่าวออกมาอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าออกทริปก็จะเป็นรถที่อาศัยจังหวะแซง แต่ว่าแซงไม่พ้นก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน และถ้าหากเป็นเช่นนั้นแล้วควรจะแก้ไขสถานการณ์แบบนี้ยังไงดี

 ตามเหตุการณ์ที่ได้บอกไปคร่าวๆ แล้วนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างเสี่ยงและไม่มีหลักสูตรหรือโรงเรียนขับขี่รถที่ไหนบอกว่าควรจะแก้ไขสถานการณ์แบบไหนให้สามารถเอาตัวรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย ในเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้อยู่ 2 ลักษณะคืออย่างแรก รถบรรทุกหรือรถใหญ่มาประกบรถที่เราขี่อยู่กับอย่างที่สองคือรถต้องการที่จะแซงขึ้นไประหว่างรถบรรทุก อย่างสถานการณ์แรกเราควรจะสังเกตรถคันที่ตามมาด้วยการมองกระจกหลังว่าจะมีรถเข้ามาทางด้านข้างของเราหรือไม่ ซึ่งถ้าหากเห็นว่าจะมีรถขึ้นมาประกบด้านข้างด้านใดด้านหนึ่ง การหนีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ก็อาจจะต้องใช้ความเร็วเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ โดยอาจจะแซงขึ้นไปให้อยู่ในระยะที่รถใหญ่สามารถเห็นเราได้ สังเกตง่ายๆ ก็คือถ้าแซงขึ้นไปแล้วก็ลองมองกระจกหลังว่าสามารถเห็นหน้ารถของคันด้านหลังได้เต็มคันหรือไม่

 ถ้าหากเรามองเห็นก็แสดงว่าคนที่อยู่ในรถใหญ่ก็จะเห็นเราได้เช่นกัน อีกสถานการณ์หนึ่งก็คือ เมื่อเห็นรถใหญ่อยู่ด้านหน้าอยู่แล้วทั้ง 2 เลนส์ และเราอยากจะแทรกไปให้เร็ว จริงๆ สถานการณ์แบบนี้เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างอันตรายมาก แต่กับคนที่มีประสบการณ์ขี่มานานก็อาจจะมีความมั่นใจที่จะขับขี่แซงรถในจังหวะนี้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ค่อยมีใครออกมาบอกกล่าวหรือถ่ายทอดให้ได้รับทราบกันสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากแล้วก็จะให้รถที่อยู่เลนส์ขวาแซงผ่านรถที่อยู่เลนส์ซ้ายขึ้นไปก่อนแล้วเราค่อยแซงขึ้นไปทางด้านขวาก็จะปลอดภัยกว่า จริงๆนั้นก็เป็นการแก้ไขที่ปลอดภัยที่สุด 

แต่ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องวิ่งผ่านในสถานการณ์นั้น อย่างแรกเลยผู้ขับขี่เองต้องมีความมั่นใจมากพอสมควรที่จะวิ่งผ่านไปให้ได้อย่างปลอดภัย อันดับต่อมาต้องสามารถกะหรือประเมินสถานการณ์ได้ว่าช่วงแฮนด์จะสามารถผ่านไปได้ เมื่อสามารถประเมินสถาการณ์ได้แล้ว การใช้สายตาไปที่สุดปลายทางออกโดยไม่ว่อกแว่กจะช่วยให้รถวิ่งไปตามสายตานั้น คือจะใช้สายตาเป็นตัวนำทางตามที่หลายคนทราบกันดี และที่ต้องสัมพันธ์กันก็คือการใช้ความเร็วนั้นควรใช้คันเร่งแบบทีเดียวให้หลุดออกไปได้ การใช้คันเร่งม้วนเดียวก็คือ เมื่อกดคันเร่งส่งไปแล้วจะต้องไม่ยกคันเร่งระหว่างที่อยู่กึ่งกลางรถ 2 คันนั้น จะยกคันเร่งได้กรณีเดียวก็คือ เมื่อเห็นว่ารถ 2 คันนั้นกลับบีบเลนส์ให้แคบลง ซึ่งสถานการณ์แบบนี้จะต้องอ่านให้ขาดว่ารถ 2 คันนั้นอาจจะมีการบีบเลนส์เข้ามาได้  และเมื่อถูกบีบสิ่งที่ควรทำคือการกดเบรกทันที เพื่อให้หลุดจากสถานการณ์นั้นเร็วที่สุด จะไม่แนะนำให้เดินคันเร่งต่อ เพราะยิ่งเดินคันเร่งไปด้านหน้าโอกาสที่จะถูกอัดก๊อบปี้ก็มีสูงมากเพราะทางจะถูกบีบให้แคบลง 

 เมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งแรกเลยคือการรู้จักมิติรถของตัวเอง การรู้จักกำลังเครื่องยนต์ของตัวเองที่จะใช้ความเร็วให้ผ่านช่วงนั้นไปได้ อีกอย่างก็คือการอ่านรถคันหน้าให้ขาด หรือที่เรียกว่าการประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ฝึกฝนเพียงแค่วันหรือสองวัน สิ่งเหล่านี้เป็นการสะสมประสบการณ์ล้วนๆ ดังนั้นถ้าหากใครที่ยังไม่แม่นสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรที่จะเสี่ยงเข้าไป บางคนเห็นว่าเพื่อนนั้นไปได้ แต่ตัวเองชั่วโมงบินยังไม่มากพอก็จะตามไป แต่เมื่อไปไม่ได้ก็จะเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้ หรือบางจังหวะเพื่อนสามารถไปได้แต่พอถึงจังหวะของเราก็ไม่สามารถไปได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นสถานการณ์ที่อยู่บนท้องถนนนั้นไม่ได้มีอยู่โรงเรียนและจะต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง การขับขี่รู้จักตัวเองจึงเป็นหนทางที่ปลอดภัยมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องรีบขี่ให้เร็วเพื่อตามคนเก่ง แต่ขี่ไปให้ได้กลับให้ปลอดภัยเท่านี้ก็เก่งแล้ว และยังจะสนุกไปกับการเดินทางได้เช่นเดียวกัน